Industry 4.0 Sustainability
4 min

อุตสาหกรรม 4.0 ในฐานะกระบวนการผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Posted by: Niranjan Nadkarni Date: 15 Jul 2021

บทความนี้ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกใน Manufacturing Today และนำมาตีพิมพ์ซ้ำอีกครั้งที่นี่

อุตสาหกรรม 4.0 ในฐานะกระบวนการผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Niranjan Nadkarni กล่าวว่า อุตสาหกรรม 4.0 จะช่วยเปลี่ยนโลก และผลักดันอุตสาหกรรมให้ยั่งยืน พร้อมกับช่วยองค์กรต่าง ๆ ปรับปรุงการดำเนินงานและต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

Jared Diamond นักเขียนชื่อดังได้ให้ข้อสังเกตอันหลักแหลมไว้ในหนังสือที่ผู้คนตอบรับอย่างดี Collapse – How Societies Choose to Fail or Survive วันใดวันหนึ่ง สังคมทุกแห่งจะต้องมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นความยั่งยืน ถ้าสังคมนั้นเดินทางที่ถูกต้องด้วยการเลือกรักษาสิ่งแวดล้อม สังคมนั้นจะอยู่รอด แต่ถ้าสังคมใดเลือกที่จะเดินหน้าผลาญทรัพยากร สังคมนั้นจะพังทลายลง

สังคมและเศรษฐกิจสมัยใหม่มีการผลิตเป็นหัวใจ มนุษย์อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารได้เพราะความสามารถในการผลิตเครื่องมือ นับแต่อาวุธในช่วงยุคหินมาจนถึงเครื่องจักรขนาดมหึมาและโรงงานผลิตในปัจจุบัน

นับแต่กลางศตวรรษที่ 18 เราผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมมา 3 ครั้ง แต่ละครั้งผลักดันโดยไอน้ำ ไฟฟ้า และครั้งล่าสุดในช่วง 70s โดยเทคโนโลยีอย่างอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร และคอมพิวเตอร์ การปฏิวัติแต่ละครั้งนำไปสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านปริมาณการผลิต ประสิทธิภาพ และความมั่งคั่ง

อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งดังกล่าวก็แลกมาด้วยการเผาพลาญทรัพยากรโลกอย่างรุนแรง ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การทำให้ผืนดินกลายเป็นทะเลทราย แม่น้ำและมหาสมุทรถูกปนเปื้อน หรือจะเป็นวิกฤตโลกร้อน และนี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ

หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า รูปแบบการผลิตในปัจจุบันไม่ยั่งยืน รัฐบาลและเอกชนทั่วโลกต้องมองหาทางเลือกที่ยั่งยืน ซึ่งเทคโนโลยีจะช่วยนำคำตอบมาให้

Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) และหนึ่งในผู้เขียนสารานุกรมบริแทนนิกาฉบับครบรอบ 250 ปีกล่าวว่า “เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 กำลังเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์สร้าง แลกเปลี่ยน และกระจายความมั่งคั่งอย่างรวดเร็ว” ความเป็นไปได้แทบไม่มีที่สิ้นสุด และบางอย่างดูเหมือนเป็นแค่นิยายเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า โรงงานอัจฉริยะ Mass customisation ห่วงโซ่อุปทานที่ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ ที่อุตสาหกรรม 4.0 ช่วยผลักดัน

ความเป็นไปได้มหาศาล

จากรายงานขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) อุตสาหกรรม 4.0สามารถช่วยให้เราค้นพบหนทางใหม่ ๆ ในการจัดการกับความท้าทายระดับโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโลกร้อน การเข้าถึงพลังงานสะอาด การลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำจากการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้

ความสำคัญของอุตสาหกรรม 4.0 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน แม้ผู้บริหารมักจะชู 2 เรื่องเป็นหลักก็ตาม ความสำคัญและผลลัพธ์ของการนำอุตสาหกรรม 4.0 มาใช้กว้างกว่านั้นมาก มันคือเส้นทางสู่ความยั่งยืน และจะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SGDs) ได้ การนำอุตสาหกรรม 4.0 มาใช้ควบคู่กับความยั่งยืนจะสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรได้ดีกว่า

มนุษย์กำลังเผชิญกับวิกฤตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมดุลที่ถูกทำลายโดยปริมาณประชากรที่เพิ่มขึ้น โลกร้อน ความมั่นคงทางพลังงาน สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม การขาดแคลนน้ำและอาหาร และอื่น ๆ เราต้องเปลี่ยนกระบวนการทำธุรกิจและผลิตเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ใช้พลังงานและทรัพยากรให้คุ้มค่ามากขึ้นอีกหลายเท่า และลดปริมาณของเสีย เทคโนโลยีขั้นสูงจะช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลง และจะมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้านการรักษาทรัพยากรและความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตโลกร้อน เทคโนโลยีเกี่ยวกับการใช้พลังงานหมุนเวียน ระบบจัดการน้ำอัจฉริยะ iะบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลักดันให้ผลิตวัตถุดิบและสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะกลายเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน อุตสาหกรรม 4.0 ช่วยผลักดันเรื่องนี้ด้วยการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประสานกัน ไม่ว่าจะเป็น IoT AI Machine learning การวิเคราะห์ข้อมูล การพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเหล่านี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่ง

รายงานของ UNIDO นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจ “อุตสากรรม 4.0 เปิดโอกาสให้เราทั้งเปลี่ยนแปลงและก้าวกระโดด” สำหรับอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าแล้ว (ในการนำเทคโนโลยี 3.0 มาใช้) การก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 จะ “รวมถึงการเรโทรฟิต ระบบอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 อันนำไปสู่โซลูชั่นที่ยั่งยืนขึ้น” สำหรับหน่วยการผลิตอื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่นในประเทศกำลังพัฒนา อุตสาหกรรม 4.0 จะเปิดโอกาสสู่หนทางแห่งความยั่งยืน “โดยไม่ทำร้ายโลกซ้ำซากเหมือนการพัฒนาแบบดั้งเดิม”

แต่การเปลี่ยนแปลงหรือก้าวกระโดดไม่ใช่เรื่องง่าย ดร. Andreas Hauser กรรมการผู้จัดการ Digital Service Centre of Excellence ของทูฟ ซูดกล่าวว่า “องค์กรหลายสะดุดกับการวางแผนเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 ที่เข้ากับจุดเด่นและจุดด้อยของตัวเอง พวกเขาเลือกเทคโนโลยีที่ล้นตลาดไม่ถูก และไม่แน่ใจว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาประสานกับโครงสร้างและการปฏิบัติงานที่มีอยู่แล้วโดยไม่รบกวนการทำงานอย่างไร”

ทางออกคือการนำผู้เชี่ยวชาญมาช่วยนำทางในช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงอันท้าทายและส่งผลรุนแรง นี่เป็นหนทางที่ CEO หลายท่านเลือกเดิน

เอาชนะความท้าทาย - การผลิตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรม 4.0

เราสามารถใช้กระบวนการ 3 ขั้นตอนเพื่อช่วยอุตสาหกรรมต่าง ๆ รับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 ขั้นแรกคือการวิเคราะห์ช่องว่างด้วยดัชนีความพร้อมด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (SIRI) สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) และคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) พร้อมด้วยแมคคินซีย์ ซีเมนส์ และทูฟ ซูดได้ร่วมมือกันในโปรเจกต์ที่จะช่วยผลักดันให้ SIRI กลายเป็นกรอบการดำเนินงานสากล อันจะช่วยเร่งผลักดันให้อุตสากรรมทั่วโลกนำอุตสาหกรรม 4.0 มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ digital transformation

ขั้นที่สองคือ “การสร้างโซลูชั่น” ด้วยการสร้างแผนนำทาง และพิจารณาประโยชน์ของโครงการต่าง ๆ จากนั้น นำไปใช้งานโดยคำนึงถึงข้อกำหนดด้านต่าง ๆ เช่น ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความเข้ากัน ขั้นตอนสุดท้ายคือ “การปฏิบัติ” ระบบที่ใช้ถูกควบคุมให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและไม่สะดุด โดยที่ต้นทุนการใช้งานและบำรุงรักษาไม่สูง

อุตสาหกรรม 4.0 จะมาเปลี่ยนโลก และนำความยั่งยืนมาสู่การผลิต พร้อมกับสร้างรากฐานให้องค์กรบริหารงานและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรที่เปิดรับอุตสาหกรรม 4.0 จะไม่ตกยุคและพร้อมก้าวสู่อนาคตตลอดไป

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เลือกที่ตั้งของคุณ